กุ้งแห้งทำเอง..น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง

วันนี้จะมาลองทำกุ้งแห้งค่ะ เป็นการทดลองเพราะว่าไม่มีกุ้งแห้งจะกิน แต่อยากกะทันหันเอามากๆ อยากที่ว่า...คือ..อยากน้ำพริกกะปิตำใส่กุ้งแห้งด้วยอ่ะค่ะ เลยได้การเลย ซื้อมาทำเดี๋ยวนี้แหละ((แต่กว่าจะได้เล่าสู่กันฟังเนี่ย..น้ำพริกกะปิหมดไปหลายวันแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ))

กุ้งแห้งทำเอง น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง

ซื้อกุ้งตัวเล็ก แต่ไม่เล็กสุดนะคะ ตามรูปเลย ซื้อมาถุงละ 5 เหรียญกว่า ถ้าจำไม่ผิด ตั้งใจอย่างมาก อิๆ ถุงเบ้อเริ่มเลย ถ้าทำยำกินก็อิ่มแปล้เลยนะ แกะออกมาใส่ถ้วยเตรียมใส่เวฟ น้ำแข็งยังเกาะอยู่เลย

กุ้งแห้งทำเอง น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง

ทีนี้เอาไปเวฟซักหนึ่งนาทีไฟแรง แล้วเติมเกลือลงไปซักช้อนโต๊ะอ่ะค่ะ กะเอาหมดเลย อิๆ แล้วก็ใส่เวฟเข้าไปทีละหนึ่งนาทีแล้วเอาออกมาเช็ค ต้องคอยดู ไม่งั้นเดี๋ยวเดือดแล้วต้องได้มาล้างเช็ดไมโครเวฟอีก อันนี้ทำแบบลัดคิวนิดนึง ไม่รู้จริงๆเค้าทำยังงัยกันบ้าง จำได้คร่าวๆเคยดูผ่านตาที่"เวบครัวไกลบ้าน"((เวบโปรด..อีกเวบนึง))แล้วเค้ามีวิธีทำแบบไทยมากจริงๆ แล้วก็มีคนดัดแปลงกันไปตามประสาคนที่อยู่ไกลเมืองไทย ไม่มีแบบนั้นกินได้ ก็จำๆมาเอา แต่ว่าแอนน์มาลัดลงให้มันเล็กในไมโครเวฟซะเลย เอาน้ำออกให้หมด แล้วเอาตัวกุ้งไปเกลี่ยในถาดอบให้ทั่ว ไม่ให้ซ้อนกัน การใช้ไฟอบ และเวลา ตามในรูปบอกเลย 350 F ประมาณ 30 นาที ซึ่งแอนน์ว่ากรอบไปนิดนึง คิดว่าทำคราวหน้า(เมื่อไม่มีกินจริงๆ)คงจะลดเหลือซัก 20-25 คงแล้วแต่ขนาดกุ้งด้วย

แล้วดูสิคะ!!!!

ตัวเหลือนิดเดียววววววววววว

กุ้งแห้งทำเอง น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง

แห้งเต็มที่แล้วค่ะ(แต่เค็มไม่สะใจเท่าไร)คิดว่าคงต้องแช่น้ำเกลือค้างไว้หลาย ชม.กว่านี้อ่ะค่ะ แต่แอนน์ไม่มีเวลาค่ะ ลัดคิวเลย อิๆ เกลือยังไม่ทันได้ซึมแอนน์ก็เอาออกมาอบก่อนแล้วอ่ะ ออกมาสีสวยธรรมชาติดีนะคะ ออกจะภูมิใจเล็กๆที่จะได้กินกุ้งแห้งทำเอง

หมายเหตุ..นิดนึง

ตอนกระจายกุ้งอยู่ในถาดอบเนี่ย แอนน์ไม่ได้ใช้สเปรย์อะไรเลยค่ะ แอนน์โรยลงไปเลยแล้วอบเลย แห้งติดถาด แต่เมื่ออบเสร็จ มันก็ร่อนออกมาเพราะมันแห้งอ่ะค่ะ แล้วก็เอาถาดอบแช่น้ำไว้ สักพักรอยอบแห้งต่างๆจากน้ำกุ้งก็ลอยตัวออกมา ไม่ต้องขัดเลยค่ะ

กุ้งแห้งทำเอง น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง


แต่พอเก็บกวาดมาใส่ถ้วย ฮือๆๆๆ ได้แค่นี้เองอ่ะ ถุงเบ้อเริ่ม ได้ไม่ถึงหนึ่งถ้วยตวงเลย เอาน่า..ดีกว่าอดเนอะ
กุ้งแห้งทำเอง น้ำพริกกะปิกุ้งแห้งบอกกับตัวเองเลยนะ ซื้อกุ้งแห้งแพง จะไม่บ่นอีกแล้วอ่ะ ลืมคิดไปว่าก่อนแห้ง มันอ้วน พอน้ำกุ้งออก เหลือติ๊ดเดียวจริงๆ แบบว่าเคยเห็นที่วอลมาร์ทในช่องอาหารเม็กซิกันอ่ะ มีกุ้งแห้งขายถุงเล็กนิ๊ดดดดดเดียวจริงๆ 2 เหรียญกว่า เชอะ...ใส่เค้าเลยค่ะว่าชั้นไปทำกินเองดีกว่า ถูกกว่าด้วย ตอนนี้มานั่งคิดใหม่ เสียค่าไฟ ค่ากุ้ง ค่าเสียเวลา น้ำมัน แล้วก็...คิดใหม่ ฮ่าๆๆ ทีนี้พอเข้าเมืองหลวง(อยู่บ้านนอกค่ะ..)ทีนะ รีบตุนกุ้งแห้งไว้เลย เอามาใส่กระปุกใส่ตู้เย็นคงเก็บได้นานอยู่เหมือนกัน แฮ่ะๆ แบบว่า นานๆทีได้เข้าเมืองหลวงทีนึงอ่ะค่ะ

แต่ถ้ามองในแง่ดี เราทำเอง ปลอดภัยกว่าเนอะ มั่นใจได้ว่าไม่มีสี ไม่มีสาร อิๆ

แล้วทีนี้พอมาตำ"น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง"กิน อู๊ย..หายอยาก ไม่บ่นเรื่องกุ้งอีกเลย ฮ่าๆๆ

น้ำพริกกะปิ

ของแอนน์เนี่ยไม่มีอะไรมากนะคะ แค่...

กระเทียม
พริก...(แอนน์ใส่เม็ดเดียวก็เผ็ดแสบท้องแล้วววว)
กะปิ...ที่บ้านมีตราไก่เหลือนิดเดียว อิๆ
กุ้งแห้ง...ตำเกือบป่น
น้ำตาลนิด
น้ำมะนาวเยอะหน่อย ชอบเปรี้ยวหน่อย
มะเขือ...แทนมะเขือพวงอ่ะค่ะ

แอนน์ชอบข้นนิดนึง ไม่เติมน้ำสุกค่ะ

แค่นี้เองค่ะ

พูดถึงเรื่องมะเขือ แอนน์ปลูกไม่ค่อยขึ้นเลย ปีนึ้นั่งนับไป ได้กินสองลูกเอง ฮ่าๆๆ แต่ว่ามันรอดชีวิตมาจากปีที่แล้วอ่ะค่ะ มันขึ้นมาเอง ขุนๆกันไป ก็เลยเด็ดมาหั่นใส่น้ำพริกกะปิซะเลย อร่อยสะใจเลยทีนี้(ทีต้นพริกนะ...ต้นใหญ่จะถึงหลังคาบ้านอยู่แล้วอ่ะ) ทั้งหมดนี้รอดชีวิตมาจากปีที่แล้วค่ะ แม้แต่โหระพา บางต้นก็รอดมาจากปีที่แล้วค่ะ

กุ้งแห้งทำเอง น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง

ออกมาเป็นดินเนอร์สุดหรู อิๆ

ไม่โม้มากไปกว่านี้นะคะ ไว้มีเวลาจะมาเล่าให้อ่านต่อว่า .. จานนี้อ่ะ ทำให้แอนน์รีดไขมันไปได้เยอะแล้วนะคะ โปรเจคที่เกริ่นไว้นานแล้วว่าจะทำ ไม่ใช่อะไรที่ไหน หรือทำกิจการทำเงินอะไรเลยค่ะ เป็นการ"รีดไขมันส่วนเกิน"นี่เองค่ะ

นี่หนึ่งเดือนกว่าผ่านไป แอนน์ลดได้ 8 ปอนด์แล้วนะคะ ถึงได้บอกงัยคะว่าไม่กล้าเล่า กลัวทำไม่ได้ แล้วอายเค้าอ่ะ อิๆ แต่พอผ่านไปเดือนกว่า พอจะมาเล่าได้แล้วว่า "หนูทำได้แล้วค่า" ฮ่าๆๆ

แรงผลักดันงานนี้ต้องยกให้เพื่อนชื่อ"หวาน" เข้ามาในจังหวะที่แอนน์คลิกได้พอดี เพราะมีเพื่อนหลายคนทั้งไทยฝรั่ง เราก็พยายามจะลดกัน แต่ไม่มีแรงผลักดัน แต่เพื่อนหวานเนี่ยเค้าถ่ายรูปเค้าไว้ที่ไดเค้าและบอกเล่าว่ากินอะไรบ้าง เลยเกิดฮึดขึ้นมาค่ะ

ไว้บล๊อคหน้า(ถ้าไม่ขี้เกียจนัก)จะมาบอกค่ะว่ากินไรบ้าง อิๆๆ ไม่ต้องอดอาหารเลย มันดีตรงนี้แหละ แต่ต้องตัดใจจากเนทนิดนึงค่ะ เอาเวลาไปทุ่มกับการออกกำลังกายให้เฟิร์ม

อ๊ะ...เอาไว้รอบหน้าค่อยเล่า คนละเรื่องกับหัวข้อแล้ว

สวัสดีค่ะ

มีวันดีๆกันทุกๆคนนะคะ

ปล. ตอนนี้แบ่งเวลาไป ปันใจให้กับงาน patchwork quilt อีกส่วนค่ะ มือใหม่ เลยหายๆหน้าไปจากวงการเนทค่ะ อิๆ

www.clayann.bloggang.com

     Share

<< Homemade Focaccia Bread Recipe และสปาเก๊ตตี้ลูกชิ้นเนื้อกวางเนื้อผัดพริกถั่วฝักยาว..เมนูสุดฮิตของพี่เคลย์ >>

Posted on Fri 25 Sep 2009 18:27

 

 
  
 






ขนมจีบหมู
ขนมกลีบลำดวน
ราดหน้าหมูหมัก..สูตรเข้มข้น(สูตรคุณข้าวยำ@น้ำบูดู)
เส้นใหญ่...ทำเองได้
Black&White Chocolate Chip Cookies Recipe..สูตรนี้ตลอดกาล
หมูแดดเดียว
เบรคฟาสต์แคซเซอรอลเนื้อกวาง(ต่อ)
เบรคฟาสต์แคซเซอรอล..ไส้กรอกกวาง+ทอร์นาโดลง
#5 กระเป๋าแฝด..สีสันสดใสสองใบ สองพี่น้อง
#4 กระเป๋าแฝด..ให้แม่ใส่เงินกะมือถือไปตลาด
#3 ทำมินิกระเป๋าเครื่องสำอางค์ควิลท์ขายรอบแรกค่ะ
Oven-Baked Chicken Parmesan
#2 Patchwork Quilt--mini cosmetic bag
กินไป..ลดไป..ได้ผลค่ะ(เม้าท์เยอะ..รูปเยอะ)
Grilled Ham and Cheese
Lemon-Raspberry Wheat Muffin Recipe
คอร์นด๊อกมัฟฟิน
กระเป๋าควิลท์..ใบแรก
เนื้อผัดพริกถั่วฝักยาว..เมนูสุดฮิตของพี่เคลย์
กุ้งแห้งทำเอง..น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง
Homemade Focaccia Bread Recipe และสปาเก๊ตตี้ลูกชิ้นเนื้อกวาง
Blueberry Muffin Recipe
Banana Coconut Muffin Recipe
Mini Banana Boubled Chocolate Chips Bread(เค้กกล้วยหอมเนื้อขาวๆ)
Triple Chocolate Muffin Recipe
Coconut Chocolate Chip Cookies Recipe
Randy&Nancy's Wedding
ทริปกลับไทยครั้งแรก ตอน 7 เที่ยววัดที่สะดือแม่น้ำโขง..ไส้อั่วเวียดนาม..หนมจีบ7/11
ทริปกลับไทยครั้งแรก ตอน 6 brunch from town
ทริปกลับไทยครั้งแรก ตอน 5 อาหารตามสั่ง
ทริปกลับไทยครั้งแรก ตอน 4 อาหารบ้านๆ
ทริปกลับไทยครั้งแรก ตอน 3 วีทีแหนมเนือง
ทริปกลับไทยครั้งแรก ตอน 2 กทม.-อุดร-หนองคาย
ทริปกลับไทยครั้งแรก..ตอน 1 เดินทางด้วย nwa
Ham, Leek and Brie Cheese Breakfast Muffins
Moist Banana M&M(PB) Muffin Recipe
Ham&Cheese Muffin..สูตรคุณปุ๊ก dailydelicious
Strawberry Muffin Recipe
ผัดหมูกับผักกวางตุ้งจีน(Bok Choy)



Comments

แช่แข็งไว้ก็โอเคนะคะ ชอบซื้อมาแช่ไว้เหมือนกันค่ะ เวลาตำน้ำพริกก็เอาออกมาตำได้เลย
kamsai   
Fri 25 Sep 2009 18:39 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn